รถขนส่งสินค้า และการปรับปรุงบริการเพื่อขนส่งสินค้าเกษตร

รถขนส่งสินค้า กับธุรกิจการส่งออก

รถขนส่งสินค้า กับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสำคัญต่อธุรกิจการส่งออกของประเทศไทย เนื่องจากการส่งออกต้องใช้ระยะเวลาในการขนส่ง ตั้งแต่การเคลื่อนย้ายสินค้าจากแหล่งผู้ผลิตไปยังผู้รวบรวมในท้องถิ่นหรือคนกลาง แล้วส่งไปยังผู้ส่งออกและลูกค้าในต่างประเทศ เมื่อฤดูกาลส่งออกมาถึงความต้องการในการใช้บริการรถหัวลาก และตู้คอนเทนเนอร์เพื่อใช้ในการบรรจุสินค้าจะมีมากขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันผู้ส่งออกสินค้าส่วนใหญ่ใช้การขนส่งสินค้าทางถนนมากถึงเกือบร้อยละ 80 ผลที่ตามมาก็คือการก่อให้เกิดปริมาณการขนส่งทางถนนที่มากเกินไปและก่อให้เกิดปัญหาด้านมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ดังนั้นบริษัทขนส่งสินค้าต่างๆ จึงควรปรับตัวโดยการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ด้านการขนส่งเพื่อการประหยัดพลังงาน โดยการวางแผนเส้นทางเดินลดเพื่อลดการวิ่งรถเที่ยวเปล่า และวางแผนการเดินรถที่ใช้ระยะทางโดยรวมสั้นที่สุด โดยเฉพาะเส้นทางการขนส่งใหม่ภายในประเทศเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรจากผู้ส่งออกในไทยไปยังจุดหมายปลายทางในต่างประเทศเพื่อทำให้พลังงานที่ใช้ในการขนส่งต่ำที่สุดภายในระยะเวลาของการเก็บรักษาสินค้าเกษตรที่จำกัด

รถขนส่งสินค้า เกษตร
รถขนส่งสินค้า ที่มีประสิทธิภาพจะลดการเผาผลาญพลังงานและปล่อยมลพิษ

 

ในปัจจุบันนี้ รถรับจ้าง ในระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพมีความสำคัญต่อการส่งออกของประเทศไทย เนื่องจากการส่งออกต้องมีระยะเวลาในการขนส่ง การเคลื่อนย้ายสินค้าจากแหล่งผู้ผลิตไปยังผู้รวบรวมท้องถิ่น ผู้ส่งออกและลูกค้าในต่างประเทศ เมื่อฤดูกาลส่งออกมาถึงความต้องการในการใช้บริการรถหัวลาก และตู้คอนเทนเนอร์เพื่อใช้ในการบรรจุสินค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบัน ผู้ส่งออกสินค้าส่วนใหญ่ใช้การขนส่งทางถนนและไม่มีนโยบายหรือทางเลือกสำหรับรูปแบบการขนส่งแบบอื่น ผลที่ตามมาคือการก่อให้เกิดปัญหาปริมาณการขนส่งทางถนนที่มากในปัจจุบัน โดยจากสถิติพบว่าการขนส่งสินค้าภายในประเทศไทย จะเป็นการขนส่งทางถนนถึงร้อยละ 85 การขนส่งทางรางร้อยละ 2 การขนส่งทางน้ำร้อยละ 12 และการขนส่งทางชายฝั่งเพียงร้อยละ 1 ส่วนทางด้านสิ่งแวดล้อมนั้น การปล่อยมลพิษก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภาคธุรกิจการขนส่งมีปริมาณมากถึง 50 ล้านตันต่อปี และมีสัดส่วนการใช้พลังงานมีอัตราการสิ้นเปลืองเป็นร้อยละ 36 ของประเทศซึ่งมากเป็นอันดับสองรองจากภาคอุตสาหกรรม จากสถิตการใช้พลังงานในภาคการขนส่งนั้นแบ่งเป็น การขนส่งทางถนนมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 76 การขนส่งทางรถไฟร้อยละ 0.4 การขนส่งทางน้ำร้อยละ 5 และการขนส่งทางอากาศร้อยละ 14 จากการศึกษาเส้นทางการขนส่งสินค้าเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพไปขายยังต่างประเทศ โดยการวิเคราะห์เส้นทางที่เป็นไปได้ทั้งหมดจากผู้ส่งออกจนถึงจุดหมายปลายทางในต่างประเทศ โดยใช้แนวคิดของการขนส่งหลากหลายรูปแบบหรือการขนส่งแบบผสมผสาน เพื่อกำหนดชุดของเส้นทางการขนส่งใหม่และรูปแบบการขนส่งอื่นเพื่อทดแทนการขนส่งทางถนนบางส่วนได้แก่ ทางเรือ เพื่อลดปัญหาการแย่งใช้บริการรถหัวลาก และลดการใช้พลังงานในการขนส่งเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ และเพื่อการปรับปรุงเส้นทางเดิน รถขนส่งสินค้า ภายในประเทศที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดภายในระยะเวลาการเก็บรักษาที่จำกัดซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งด้านผู้ประกอบการที่จะลดค่าใช้จ่ายต้นทุนด้านพลังงาน ด้านผู้ใช้บริการซึ่งจะได้รับสินค้าด้วยความรวดเร็วและสินค้าไม่เสียหายโดยเฉพาะสินค้าที่มีอายุจำกัดเช่นสินค้าเกษตร รวมถึงประโยชน์ต่อส่วนรวมในการลดการเผาผลาญพลังงานและปล่อยมลพิษโดยเปล่าประโยชน์